วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2551

กลอนคมจับจิต


พอเร็วก็หาว่าล้ำหน้า พอช้าก็หาว่าอืดอาด
พอโง่ก็ถูกตวาด แต่พอฉลาดกลับถูกระแวง
พอทำก่อนบอกไม่ได้สั่ง ทำทีหลังว่าไม่รู้จักคิด
อนิจจา ... คนดีดี ถูกถีบไปอย่าใกล้ชิด
คนคดคิดกลับเอาไว้ใกล้ตัว
มองดูมิตรเป็นศัตรู
มองคนรู้เป็นตัวสู่ปัญหา
คนดีดี .. เลยหนีเข้าสู่ป่า
คนที่เป็นสง่าก็เลย มีแต่ .... พวกโจร
-----------------------
ที่ใดมีอำนาจ ... ที่นั่นมีกลฉ้อฉล
ที่ใดมีอำนาจเหลือล้น ... กลฉ้อฉลย่อมมีมากเหลือประมาณ

วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ผักกาดจอ


ฉันนึกจะเขียนเรื่องนานแล้ว ตั้งแต่หลังจากแม่เสียใหม่ๆ แต่รอรวบรวมพลังใจทั้งหมดที่จะมาเล่าผักกาดจอของแม่ให้ฟัง แม่ชอบกินผักกาดจอมาก แกงของแม่อร่อยไม่เหมือนใคร เป็นรสชาติที่คุ้นมาตั้งแต่เด็ก แม่มักจะซื้อผักกาดจอกับแม่ค้าแปม แปม ที่ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาขายถึงในบ้าน แล้วก็บีบแตรเสียงดังแปม แปม จนกลายเป็นฉายา ว่า แม่ค้าแปมแปม

หนึ่งวันหลังจากแม่จากฉันไป ฉันเก็บข้าวของๆ แม่ใส่กล่อง จากนั้น ฉันเปิดตู้เย็นเพื่อจะทำความสะอาด ฉันมองเห็นขนมจีนน้ำยา ที่น้าเอามาให้เมื่อวาน แม่บอกว่า น้าเอามาให้ แต่แม่ไม่ทานเพราะกลัวจะท้องเสีย จึงเก็บไว้ให้ฉันทาน ไม่น่าเชื่อว่า พอฉันเปิดตู้เย็น เห็นสิ่งต่างๆ เหล่านี้ คำพูดของแม่ พรั่งพรูออกมาเข้าหูฉันเรื่อยๆ ฉันรับรู้ถึงความห่วงใยของแม่ คงเพราะแม่ห่วง กลัวว่าฉันจะหิว จึงเก็บขนมจีนไว้ให้

ยิ่งร้ายไปกว่านั้น ฉันยังมองเห็นผักกาดกวางตุ้ง หรือที่บ้านเราทางเหนือเรียกว่า ผักกาดจอ วางอยู่บนช่องใส่ผัก ฉันอดทนไม่ไหวต่อไปอีกแล้ว ผักกาดของแม่ยังสดอยู่ตู้เย็น รอแม่จะมาแกงในวันนี้ แต่เรื่องราวในชีวิตของคนเราช่างเปลี่ยนแปลงไปง่ายดาย เมื่อวานแม่ของฉันตั้งใจจะแกงผักกาดจอกินอยู่แท้ๆ แต่พอวันนี้ แม่ฉันกลับไม่มีโอกาสได้ทำเช่นนั้นแล้ว ฉันร้องไห้โฮเมื่อเห็นผักกาดจอในตู้เย็นนั่นเอง ฉันคิดถึงแม่ เราจากกัน โดยที่ยังไม่ได้ร่ำลากันแม้แต่น้อย และที่แย่ที่สุดคือ ฉันยังไม่เคยบอกรักแม่แม้สักครั้ง

ถึงฉันจะเป็นคนไม่ดีเท่าไหร่ ในสายตาของตัวเอง ก็พอจะยังปลอบใจตัวเองได้บ้างว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมา ฉันทำดีกับแม่ที่สุดแล้ว ฉันอยู่กับแม่ ไม่ทิ้งแม่ไปไหน ฉันมักจะหาของอร่อยๆ ให้แม่ทาน สิ่งที่ซื้อให้แม่ทาน ต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุดหรือแพงที่สุดให้แม่ ฉันว่าถึงจะเกิดอะไรขึ้น เราสองคนก็ยังมีเส้นใยแห่งความเป็นแม่ลูกเชื่อมโยงเราสองคนเอาไว้ ถึงเราผ่านเรื่องร้ายๆ ด้วยกันมามาก แต่ฉันก็รักผู้หญิงคนนี้อยู่ดี ผู้หญิงคนเดียวที่เป็นคนให้ชีวิตให้กำเนิดฉันขึ้นมาบนโลกในบนนี้ อย่างน้อยฉันก็ไม่เสียใจว่า ฉํนได้ทำดีที่สุดแล้ว

ทุกวันนี้ พอมองเห็นผักกาดกวางตุ้ง หรือผักกาดจอทีไร อดนึกถึงแม่พาณี ของฉันไม่ได้สักที ไม่มีคราวไหนเลยที่ฉันจะไม่นึกถึงแม่

คำคม


วันนี้ไปเจอคำคมของท่าน Sir Winston Churchill เชียวนะ เห็นแล้วโดนเจ้าค่ะ ท่านบอกว่า "We make a living by what we get, we make a life by what we give" คนเรา ใช้ชีวิตกับสิ่งที่เราได้มา แต่เราสร้างชีวิตได้ด้วยการให้"

วันพุธที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2551

หัวใจแช่มชื่น

ช่วงนี้จะเป็นกระแสวันแม่ และฉันเองก็หดหู่ไม่น้อย เมื่อไม่มีแม่อยู่ให้ฉันกราบอีกต่อไป แต่ถึงอย่างไร แม่ และพ่อ ก็ยังไม่ไปไหน พ่อกับแม่ มีชีวิตอยู่ในใจของน้องเสมอ
แม้จะเศร้าอยู่บ้างในช่วงวันแม่ แต่หัวใจก็ยังแช่มชื่น เหมือนต้นไม้เหี่ยวๆ โดนน้ำรดให้ชุ่มฉ่ำมาบ้าง

วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เสือน้อย หนูดี

คนซ้าย ชื่อเสือน้อย ทางขวา คือหนูดี ตอนนี้โตขึ้นมากเลย

วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ใกล้วันแม่

ตอนนี้คนสองคนที่อยู่บนฟ้าจะเป็นอย่างไรกันบ้างนะ คิดถึงกันบ้างไหมเอ่ย เมื่อไหร่จะมารับหนูเสียที

วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

วาสนา



ได้รับเรื่องดีๆ จาก forwarded mail


วาสนา (ควรอ่านมาก)
" มีชายหญิงคู่หนึ่งรักกันมาก คบกันมา 3 ปี ทั้ง 2 ตกลงจะแต่งงานกัน เมื่อกำหนดวันเรียบร้อย ฝ่ายชายเองก็รอคอยวันที่จะแต่งงาน ต่อมาไม่นานฝ่ายชายรู้ข่าวว่า คู่รักของตนแต่งงานกับคนอื่นอย่างกะทันหัน โดยฝ่ายหญิงเองก็เต็มใจ ไม่ได้ถูกบังคับแต่อย่างใด เมื่อได้ทราบข่าว เขาทั้งงงและเสียใจมาก ร้องไห้ไม่กินไม่นอน ม่นานก็ป่วยหนักเพราะตรอมใจ
เวลาผ่านไป ฝ่ายชายป่วยหนักขึ้นเรื่อยๆไปหาหมอเท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้น ขณะที่นอนซมอยู่ที่บ้านนั้น มีหลวงตาแก่ๆผ่านมา เมื่อมาถึงหลวงตาหยุดอยู่ที่หน้าบ้าน แล้วมองเข้าไปในบ้านจึงเคาะประตู เด็กรับใช้ออกมาเปิดประตูพบว่า เป็นพระ จึงบอกว่า ไม่ทำบุญนิมนต์ข้างหน้า หลวงตายิ้มอย่างมีเมตตาแล้วพูดว่า อาตมาไม่ได้มาบิณฑบาต ในบ้านมีคนป่วยใช่มั๊ย อาตมาพอมีความรู้ทางด้านการแพทย์นิดหน่อย ไม่รู้จะพอช่วยได้รึปล่าว เด็กรับใช้ได้ฟังก็อึ้งแต่ก็บอกว่าตัดสินใจเองไม่ได้ ต้องขอไปถามเจ้านายก่อน เด็กรับใช้เดินเข้าไปในบ้านถามเจ้านาย เจ้านายตอบอย่างตัดรำคาญว่าอยากเข้ามา ก็เข้ามา!

เมื่อหลวงตาเข้าไปพบที่ห้องนอนพบว่า ชายคนดังกล่าวนอนอย่างหมดอาลัยตายอยากอยู่บนเตียง สีหน้าซีดเซียว ร่างกายซูบผอมประหนึ่งครึ่งคนครึ่งศพ
เด็กรับใช้นำน้ำมาถวายหลวงตา พร้อมจัดเก้าอี้ถวายข้างๆเตียงของชายคนนั้น หลวงตายิ้มแล้วพูดว่าอาการหนักเลยนะ ชายคนนั้น นิ่งเงียบไม่สนใจในสิ่งที่หลวงตาพูด หลวงตาตรวจอาการพอเป็นพิธี จึงกล่าวว่า โทรมมากเลยนะ ชายคนนั้นไม่สนใจ หลวงตาบอกว่าไม่เชื่อ ลองมองที่กระจกสิ ชายคนนั้นไม่สนใจ แต่ขณะที่หางตาชายไปที่กระจกแต่งตัวในห้องนอน เขามองเห็นภาพของคนที่รักอยู่ในนั้น ไม่นานภาพของคนรักก็ค่อยๆจางหายไป กลายเป็นภาพทิวทัศน์ชายทะเล
ที่ชายทะเลแห่งนั้นเงียบสงบ ไม่มีคนผ่านไปมา ขณะที่ชายคนที่ป่วยนั้น มองภาพในกระจกด้วยความสนใจนั้น เขาพบว่า มีศพหญิงสาวนอนเปลือยกายอยู่ที่ชายหาด เวลาผ่านไปสักครู่ มีชายคนหนึ่งเดินผ่านมา เขามองเห็นศพหญิงคนนั้นด้วยความรังเกียจ แล้วเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว ต่อมาพักใหญ่มีชายอีกคนหนึ่งเดินผ่านมา เขามองเห็นศพนั้น เขาสงสารจึงถอดเสื้อนอกออกมาคลุมร่างของหญิงคนนั้น แล้วเดินจากไป
พักใหญ่ๆอีกเช่นกัน มีชายอีกคนเดินผ่านมา เขาพบคนนอนมีผ้าคลุมอยู่ จึงเปิดออกดู เมื่อพบว่า เป็นศพ ด้วยใจสงสาร จึงจะฝังให้เรียบร้อย แต่ก็ไม่มีเครื่องมือจะขุด เขาจึงตัดสินใจใช้มือทั้ง 2 ข้างๆ ค่อยๆกอบทรายขึ้นมา เขาทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนเย็น พอได้หลุมใหญ่พอสมควร จึงได้ฝังศพผู้หญิงคนนั้นเรียบร้อยแล้วจากไป


จากนั้นภาพในกระจกก็เปลี่ยนเป็นภาพของศพหญิงคนนั้น และก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นภาพของหญิงคนรัก เขาได้เห็นก็ตกใจ พอสักพัก ก็ปรากฏเป็นภาพชายคนที่ 2
แล้วก็ค่อยๆจางหายไป เหลือแต่เงาของตัวเองในกระจก ทันใดนั้นหลวงตาพูดว่า ทีนี้เข้าใจรึยัง ศพนั้นคือคู่รักของโยม ชายคนที่ช่วยฝังศพเธอ ผูกวาสนากับเธอหนึ่งชาติ ชาตินี้เธอเลยแต่งงานกับเขา ส่วนโยมช่วยคลุมศพเธอ จึงผูกวาสนา 3 ปี ตอนนี้ครบ 3 ปี วาสนาสิ้นแล้วก็ต้องจากกัน
เมื่อชายคนนั้นฟังจบก็กระอักเลือดออกมา เด็กรับใช้ตกใจมาก หลวงตายิ้มแล้วบอกว่า โยมรอดแล้ว เมื่อกี้โยมกระอักเลือดเอาเลือดเสียออกมาแล้ว
ต่อมาไม่นานชายคนนั้นก็ได้ออกบวชในที่สุด
^_^ คนเราเจอกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ความสัมพันธ์ พ่อ , แม่ , พี่ , น้อง , ญาติ , เพื่อน , ศัตรู , คนรัก ฯลฯ ไม่ใช่ของเลื่อนลอย เมื่อมีวาสนา ไม่ต้องเรียกร้อง ถึงเวลาก็มาเจอกัน เมื่อสิ้นวาสนา ก็ต้องจากกัน รั้งยังไงก็ไม่อยู่ ในตอนที่ยังไม่จากกันนี้ คุณทำได้ทำดีต่อคนของคุณหรือยัง เพราะถึงเวลาที่ต้องจากกัน ไม่ว่าคุณจะมีเงินหรืออำนาจล้นฟ้า ก็เรียกมันกลับคืนมาไม่ได้ ทำดีต่อกันไว้ดีกว่า เพราะไม่มีใครรู้ว่า เราจะต้องจากกันเมื่อไหร่ ^_^