วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2553

หัวใจสลาย

ของขวัญวันเกิดปีนี้ คือคำพูดที่บอกว่า ดูแลเราไม่ได้...
ไม่เห็นต้องพูดแบบนี้เลย ไม่ได้อยากให้มาดูแลสักกะหน่อย....
ความรัก ไม่จำเป็นต้องลงเอยด้วยการได้อยู่ดูแลกันหรอก....
การดูแลกัน ทำได้หลายรูปแบบ....

วันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Just believe in someone you love

แม้ตอนนี้จะยังไม่ได้รับคำตอบใดๆ
อยากจะบอกตัวเองว่า จงรอเขาอย่างอดทน
นี่อาจเป็นอีกบทเรียนหนึ่ง ของความรัก
การปรับตัว...การฝึกตน ให้อดทนมากขึ้น เพื่อคนที่เรารัก
เอาน่า..เขาไม่เคยทำให้เราเสียใจ...เขาแค่อาจต้องการเวลาคิดเรื่องนี้นิดนึง
ตามปกติ เขาก็เป็นคนช้าอยู่แล้ว เรื่องแบบนี้ เราต่างหาก ที่เร็วเกินไป โรคประจำตัว แก้ไม่หาย คือ อยากจะรู้อะไรเดี๋ยวนั้น ใจร้อน...
เราต้องนิ่งน่ะ อย่าใจร้อน

วันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ทำใจดีๆ ไว้


ต้องทำใจน่ะ อะไรจะเกิดขึ้นก็ต้องปลง
คำตอบที่ได้รับอาจจะน่าพอใจหรือไม่ก็ได้ เราไม่มีทางหยั่งรู้ จนกว่าจะได้ยินคำตอบนั้นออกมาจากปากของเขา
หากคิดไปก่อนว่าคำตอบที่ได้นั้นจะเป็นอย่างไร
ส่วนใหญ่มักจะคิดไปในแง่ลบไว้ก่อน ก็ยิ่งเท่ากับเป็นการบั่นทอนตัวเอง
ทำใจให้นิ่ง หาอะไรทำให้ยุ่งๆ เข้าไว้
พยายามอย่าให้เขามามีอิทธิพลเหนือชีวิตของเรา (แต่อันนี้ทำยากมาก ขอบอก)
ให้คิดไว้ว่า ก่อนหน้าที่จะมาเจอเขา เราก็ยังอยู่ได้อย่างดี ให้คิดถึงจุดนั้นให้มากๆ
ความผิดหวังสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่และทุกเวลา
ดังนั้น จงตั้งใจมั่น รอรับฟังคำตอบ
คำตอบนั้นจะดีหรือจะร้ายอย่างไร มันก็คือคำตอบอยู่วันยังค่ำ
อย่างน้อย มันก็ทำให้เราโล่งใจที่ได้รู้คำตอบนั้นเสียที

ปีนี้จะได้ของขวัญวันเกิดไหมนะ

วันนี้แต่มีแต่เรื่องวุ่นวายใจ
เริ่มจากตอนเช้า ทนไม่ได้ที่เห็นคนใส่หน้ากากเข้าหากัน อารมณ์เสีย....
คนเราลืมได้ไวขนาดนั้นเลยเหรอ...
ก็เพราะเป็นแบบนี้ไง เราถึงไม่ได้ใหญ่ไปกว่านี้แล้วน่ะ 555 แต่ช่างเหอะ ไม่ทะเยอทะยานแล้วผิดตรงไหนล่ะ

หัวเสียเรื่องประชุม เรื่องลูกน้อง เลยทำให้พาลไปหมด...พาลทุกอย่าง แม้แต่กับ เขา...งอน แต่พอเขาคุยด้วย ก็หาย...

อีกไม่กี่วันจะถึงวันเกิดแล้วสินะ.... อยากอยู่กับคนที่รัก...แค่กินข้าวมื้อเดียวก็ได้
ใจจริงแล้ว อยากชวนไปทะเล ไปรำลึกความหลัง....กี่ปีมาแล้วล่ะ...
แต่ไม่อยากหวัง...เพราะกลัวว่าจะผิดหวัง....
ถ้าถามไปแล้ว จะได้คำตอบว่าอย่างไรนะ
สับสน วุ่นวาย กังวล...

ไม่น่ามีวันเกิด มาเป็นเงื่อนไขให้ชีวิตเลย
ก็เพราะเขาสำคัญกับเรามาก ถึงได้เป็นแบบนี้ไงล่ะ

วันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ความรักของฉันเดินทางมามากกว่าหมื่นกิโลเมตร



และแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องพา "ใหม่เสมอ" รถใหม่คู่ใจ เข้าศูนย์เพื่อเช็คระยะหมื่นกิโลเมตร
เผลอแป๊บเดียว เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก...

รถคันนี้ วิ่งมาแล้ว หมื่นกิโลกว่าๆ แต่ความรักของฉัน ยั่งยืน ยาวนานกว่านั้นมากนัก...

วันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ใครนะ ใจร้ายทำหนูดีได้ลงคอ


เมื่อคืนมีเรื่องน่าตื่นเต้นเกิดขึ้นอีกแล้ว
ช่วงนี้เป็นอะไรนะ มีเหตุกับแมวๆ ในบ้านบ่อยมาก อาทิตย์ก่อน ก็เริ่มด้วยสีทองมากัดพี่ป๊อบเสียจนนิ้วเหวอะ ต้องให้หมอคว้าน
เมื่อวานแผลเพิ่งจะดีมาบ้าง เจอเหตุการณ์ร้ายๆ กับหนูดีอีก
กลับมาถึงบ้านตอนเย็น ก็เอะใจนิดๆ ว่าทำไมวันนี้สายตาหนูดีที่มองเรามันแปลกๆ นะ นั่นคงโดนฉมวกยิงเข้าตั้งแต่เย็นแล้ว แต่ไอ้เรา ฤ ก็ซื่อบื้อ ไม่ทันสังเกต พอตกค่ำ ใกล้จะสองทุ่ม หนูดีคงไม่ไหวแล้ว มานอนเผละลงข้างๆ ตัว เพิ่งจะสังเกตเห็นว่า ที่ต้นขาหน้า ด้านขวาของหนูดี มีเหล็กปักอยู่ ตอนแรกตกใจ นึกว่ามันวิ่งไปชนเสาอากาศทีวี รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า โทรบอกหมอ ขอพาหนูดีไปพบหน่อย ก็กลัวคลีนิคจะปิดนี่นะ
หนูดีน่าสงสารมาก ตอนพาหนูดีไปหาหมอ ฉมวกบ้านั่นยังติดคาอยู่ที่ตัวของหนูดี เป็นอะไรที่น่าหวาดเสียวมากๆ
หมอที่รพ.สัตว์ที่บ่อสร้าง ก็ใจดีมากๆ ดูแลหนูดีให้อย่างดี...หมอต้องฉีดยาสลบ เพื่อเอาฉมวกออกมา ฉมวกสภาพเก่า สนิมเขรอะ...คนยิงคือใครกันนะ ทำไมใจร้ายจัง...
หมอทำแผลให้หนูดีแป๊บเดียว แล้วก็ให้หนูดีมาฟื้นจากฤทธิ์ยาสลบที่บ้าน คืนนี้ไม่ต้องนอนค้างที่รพ.
นั่งลุ้นสังเกตุอาการของหนูดี ตอนที่หนูดีเมายา แววตาแบบนี้ ไม่เคยเห็นมาก่อน ท่าทางจะปวดมากๆและไม่เป็นตัวของตัวเองแน่เลย ขนาดเราที่เป็นเจ้าของจะเข้าไปใกล้ๆ มันก็ขู่ฟอดๆ
แต่อาการคงน่าจะดีขึ้น เพราะหนูดีสามารถขึ้นมานอนที่ห้องน้ำชั้นบนได้ ซนเหมือนเดิมแบบนี้ คงหายดีอีกไม่กี่วันนะจ๊ะหนูดี

วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

นิ้วโป้งหายไปไหน






วันนี้ตั้งชื่อบล็อกว่า "นิ้วโป้งหายไปไหน" ก็เพราะในเมล์ฉบับนี้ ไม่มีนิ้วโป้งขวาช่วยพิมพ์เหมือนทุกครั้ง
คราวนี้ เลยใช้เวลาเขียนนานมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา บางที หัวสมองมันคิดไปแล้วว่าจะเล่าอะไรบ้าง แต่นิ้วมันช้ากว่าสมองละคราวนี้ เพราะต้องคอยมะงุมมะงาหรา จิ้มนิ้วต่างๆ ลงบนแป้น

อาทิตย์ที่ผ่านมา มีอะไรต่างๆ เกิดขึ้นเยอะแยะมากมาย ทั้งเรื่องเอเปค ทั้งเรื่องการสรรหาเลขาฯคณะ ที่ตัวเองไม่อยากไปให้เขาเหยียบหลังขึ้นตำแหน่ง... และสุดท้าย มาจบลงด้วยเรื่องอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดกับสัตว์เลี้ยงในบ้านของตัวเอง...

ประเด็นแรก ที่จะขอเอามาเล่า ก็คงไม่พ้นเรื่องที่โดนเจ้าสีทอง งับ..ให้เต็มๆ

วันนี้ถึงแม้จะนิ้วเดี้ยง ก็ยังพยายามล้างจาน เพราะกองเต็มซิงค์ล้างจาน นอกจากนี้ยังเก็บกวาดบ้าน เนื่องจากอาการปวดแขน ปวดนิ้ว ดีขึ้นมาบ้าง เพราะทนไม่ได้ที่เห็นบ้านรก พอเจ็บขึ้นมาก็พักนิดหน่อย แล้วก็ทำต่อ แต่มีสองอย่างที่ทำบ่ได้ คือ ยังไม่ได้อาบน้ำตั้งแต่เมื่อวาน (ก้อหมอไม่ให้แผลโดนน้ำนี่นา) ...

เหตุเกิดคืนวันก่อน ที่เสือน้อยกับสีทอง แง่งๆ ใส่กันเหมือนเดิม คราวนี้ มันเผชิญหน้ากันในห้องครัว เสือน้อยอยู่บนคานบ้าน ส่วนสีทองอยู่ที่พื้น มันกำลังจะกระโจนเข้าใส่กันเต็มที่ ถ้าเราไม่เข้าไปขวางเสียก่อน

ทุกที เวลาห้ามแมวทะเลาะกัน จะอุ้มเสือน้อยหนีไปเข้าห้องแม่ในบ้านที่ต่อเติมใหม่ แล้วขังเสือน้อยไว้ในนั้น ถ้าเสือน้อยเบื่อ น้อยก็จะมุดออกจากหน้าต่าง หายเข้าป่าไป น้อยไม่มีสิทธิ์ได้นอนในบ้าน เพราะหนูดี สีทอง ไม่ยอมให้น้อยอยู่

สงสารน้อยจัง

ทำไมหนูดี จำน้อยไม่ได้ ตั้งแต่น้อยไปนอนโรงพยาบาลเพราะเป็นโรคไตเฉียบพลัน อยู่ 2 อาทิตย์ น้อยกลับมาจากรพ. หนูดีก็ทำเหมือนน้อยเป็นแมวแปลกหน้า...ทั้งที่เป็นพี่น้องท้องเดียวกันแท้ๆ

ฉันเข้าไปอุ้มสีทอง เพราะสีทองอยู่บนพื้น ก็มวยยกนี้ ขึ้นไปอุ้มเสือน้อยลงมาไม่ได้นี่นา แล้วก็ลืมนึกไปว่า ถ้าแมวทะเลาะกัน เขาให้ใช้น้ำสาดเหรอ อ้อ เพิ่งนึกออก แป่วว... พออุ้มสีทองขึ้นมาเท่านั้น เพราะกะจะเป็นกรรมการห้ามมวย สีทองก็กัดเข้าไปที่นิ้วโป้งเต็มแรง ฉันเจ็บมาก พอสะบัดมันหลุด เลือดก็ปุดๆๆๆ ออกมาจากหลังมือ คราวนี้ คงลึกน่าดู เลือดออกมาเรื่อยๆ คงโดนเส้นเลือดเข้าแล้วกระมัง...มือทั้งมือแดงด้วยเลือดหมดเลยจ้า เลือดแดงเป็นหยดๆ ที่พื้นห้องครัว น่ากลัวมาก เหมือนหนังสยองขวัญเลย...

ตอนนั้นเริ่มปวดตุบๆ แล้ว เอามือที่โดนกัด ไปล้างน้ำ เลือดก็ยังขยันออกมาไม่หยุด หยิบทิชชู สำลี ที่หาได้ มาห้ามเลือด... เลือดไม่ยอมหยุด ง่วงก็ง่วง หลังจากเสร็จงานเอเปค ก็จะนอนแล้วนี่นา คืนนั้นเหนื่อยมากๆ ก็เลยหยิบสำลีมาโปะ ใส่ยา เบตาดีน หาสก๊อตเทปมาพัน แล้วนอน ก่อนหน้าจะโดนแมวกัด เหมือนมีลางสังหรณ์ ก็กินยาพาราสองเม็ดก่อนนอน เพราะตัวรุมๆ เหมือนจะเป็นไข้

พอตอนเช้าวันศุกร์ตื่นขึ้นมา ปวดแขนแทบหลุด สำลีที่เอามาโปะห้ามเลือด ตอนนี้ กลายเป็นสีช้ำเลือดช้ำหนอง เลือดยังไม่หยุดไหลอีกนะ ระหว่างที่ฉันนอน...มันออกมามากขนาดนั้นเลยเหรอ... นอนนิ่งๆ ตื่นๆ หลับๆ อยู่บนที่นอน ปวดแผลก็ปวด ก็คิดอยู่ จะทำไงดีกับชีวิตฟะ ...พอสิบโมง พี่ณีย์โทรมาหา นึกว่าฉันไปเคลียร์งานที่คณะเรียบร้อยแล้ว เพราะวางแผนไว้แบบนั้น ปรากฏว่า อ่าว แกยังอยู่บนเตียงอยู่เร้อ..ห๊า โดนแมวกัด...พอเล่าให้พี่ณีย์ฟัง เลยต้องโดนบังคับให้ไปหาหมอ...

เราไปกันที่รพ.สวนดอก ไม่คิดเลยว่า หมอจะสั่งให้เปิดแผล คว้านแผลให้สะอาดแล้วเอาผ้ากอซไปยัดไว้...โอ้วววโน้ววว...มันเป็นเยอะขนาดนั้นเชียวเร้อคุณหมอ... พี่ณีย์ก็ใจแข็งมาก ยืนอยู่ข้างเตียงตลอด คอยจับมือให้กำลังใจ เจ็บมากตอนที่หมอฉีดยาชา (แต่ถ้าไม่ฉีด คงเจ็บกว่าตอนหมอคว้านแผลละนะ) ตอนที่หมอผ่าตัดเล็กคว้านนิ้วให้ เธอสามารถจริงๆ ในช่วงเวลานั้น ก็หลับตานะ ถ้าอ้ายรักมายืนแทนที่พี่ณีย์ ฉันคงรู้สึกดีกว่านี้แน่นอน... พอหมอคว้านนิ้วเสร็จ ก็โดนฉีดยาไปสองเข็มๆ หนึ่งคือบาดทะยัก ทำให้ปวดแขนน่าดู อีกเข็มคือ พิษสุนัขบ้า... โดนรอบนี้ ยมไปเลย....

หลังจากออกรพ. ปวดแผลมากๆ เพราะยาชาเริ่มจะหมดฤทธิ์ ฉันต้องใส่สายคล้องแขน ... พิการชั่วคราว เมื่อวาน แต่ก็ยังแข็งใจขับรถเข้าเมืองมาหาหมอได้ สตาร์ทรถ ใช้มือซ้าย ตอนขับรถก็ใช้อุ้งมือแทนนิ้วทั้ง 5 ...

ตั้งแต่สีทองกัด พอเห็นสีทอง..ก็ไล่มัน ไปๆๆ ช้านเกลียดแก... เลี้ยงข้าวทุกวันยังมาทำกันแบบนี้ ... สีทองก็เหมือนจะรู้ตัวนะจ๊ะ มันก็หงิมๆ แต่ฉันโกรธมัน งอนนนน...

วันนี้ไปตลาด พ่อค้าปลาทูเจ้าประจำเห็นนิ้วฉันพันผ้าพันแผล เขาก็ถามว่า นิ้วไปโดนหยังมา เลยเล่าให้พี่ปลาทูฟัง ... คุณยายแม่ค้าแคบหมูที่อยู่แผงใกล้ๆ ก็มาฟังฉันเล่าเรื่องแมวกัดอย่างสนใจ ทุกคนดูเป็นห่วง สงสารกัน (จะสงสารหรือสมเพชกันนะ ทำไมมันโง่งี้วะ) .. ..ส่วนผู้ชายคนที่ฉันรักคงสมน้ำหน้า เคยเตือนแล้ว ไม่ยอมฟัง ใช่ม้ายๆๆ

กลับมาบ้าน เห็นสีทองนอนหลับอยู่กับลูกๆ ตอนนี้ ก้อเริ่มสงสารมันนะ เริ่มคิดได้ว่า มันก็สัตว์เดรัจฉานธรรมดาๆ นะ มันคงไม่รู้ตัวหรอก และไม่ได้ตั้งใจที่จะกัดเราด้วย...ก็ฉันเข้าไปอุ้มมันๆ ก็กำลังเครียด กำลังจะสู้กับศัตรูซึ่งก็คือ เสือน้อย ที่อยู่ตรงหน้า มันคงคิดว่าเสือน้อยพุ่งเข้ามากัดมัน..มันถึงได้กัดฉันอย่างไม่รู้ตัวแบบนี้

สรุปแล้ว อโหสิให้มันก็แล้วกัน...ถือว่าเป็นความประมาทของเราเองนะ คราวนี้จะได้จำเป็นบทเรียนว่า อย่าไปยุ่งกับมันเวลามันจะทะเลาะกันน่ะ หรือไม่เช่นนั้นก็หาน้ำสาดมันซะ...

เด๋วพี่อ๋อยจะมาทำแผลให้แล้ว โอ้ววว ม่ายยย....นะ ไม่อยากทำเล้ยยยยย