พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี เขียนในเฟซบุ๊คของท่านไว้ว่า
เวลาเจอความป่วยไข้ ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการเตือนให้เห็นคุณค่าของการรักษาสุขภาพให้ดี
เวลาเจอความพลัดพราก ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบทเรียนของการรู้จักหยัดยืนด้วยขาตัวเอง
วันอังคารที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2553
แล้วจะทุกข์น้อยลง

"ให้เราคอยดูใจตัวเองไปเรื่อย ๆ นะ แล้วจะทุกข์น้อยลงเอง
ถ้าเราคอยดูแต่คนอื่น เราจะทุกข์เยอะ เพราะพอดูคนอื่นแล้ว เราจะคาดหวัง ว่าเขาน่าจะอย่างนั้น เขาน่าจะอย่างนี้
แล้วพอเขาไม่เป็นอย่างที่เราหวังนะ เราจะทุกข์เยอะ
แต่ถ้าเราดูใจเรา เราจะเห็นเลย ใจเราเปลี่ยนทั้งวัน เรายังบังคับใจเราไม่ได้เลย
แต่เรากลับยกโทษให้ตัวเราเองได้นะ ใจเราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ โอ๊ มันธรรมดา
แต่ถ้าคนอื่น ไม่ได้นะ... เพราะฉะนั้น เราต้องดูของเรานะ
จริง ๆ แต่ละคนเขาก็ถูกกิเลสหลอกเหมือนกัน
เขาเองก็ไม่ได้อยากเป็นอย่างนี้หรอก แต่ว่าเขาทนกิเลสไม่ไหว
เราแนะนำได้ บอกกล่าวได้นะ แต่เขาก็ต้องเป็นอย่างที่เขาเป็นนั่นแหละ
เขาไม่เป็นอย่างที่เราต้องการหรอก คนแต่ละคนเป็นอย่างที่เขาเป็น
เขาทำของเขาอย่างไร เขาก็เป็นของเขาอย่างนั้น"-- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช --
ขอนำมาเผยแพร่จาก http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=thenut&month=02-2008&date=01&group=5&gblog=43
จงทำกับเพื่อนมนุษย์โดยคิดว่า

จงทำกับเพื่อนมนุษย์โดยคิดว่าเขาเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย ของเรา
เขาเป็นเพื่อนเวียนว่ายอยู่ในวัฎฎสงสาร ด้วยกันกะเรา
เขาก็ตกอยู่ใต้อำนาจกิเลสเหมือนเรา ย่อมพลั้งเผลอไปบ้าง
เขาก็มีราคะ โทสะ โมหะ ไม่น้อยไปกว่าเรา
เขาย่อมพลั้งเผลอบางคราว เหมือนเรา
เขาก็ไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม เหมือนเรา
ไม่รู้จักนิพพาน เหมือนเรา
เขาโง่ในบางอย่าง เหมือนที่เราเคยโง่
เขาก็ตามใจตัวเองในบางอย่าง เหมือนที่เราเคยกระทำ
เขาก็อยากดี เหมือนเรา ที่อยาก ดี-เด่น-ดัง
เขาก็มักจะกอบโกยและเอาเปรียบเมื่อมีโอกาส เหมือนเรา
เขามีสิทธิที่จะบ้าดี เมาดี หลงดี จมดี เหมือนเรา
เขาก็เป็นคนธรรมดา ที่ยึดมั่นถือมั่นอะไรต่างๆ เหมือนเรา
เขาไม่มีหน้าที่ที่จะเป็นทุกข์ หรือตายแทนเรา
เขาก็เป็นเพื่อนร่วมชาติ ร่วมศาสนา กะเรา
เขาก็ทำอะไรด้วยความคิดชั่วแล่นและผลุนผลัน เหมือนเรา
เขามีหน้าที่รับผิดชอบต่อครอบครัวของเขา มิใช่ของเรา
เขามีสิทธิ ที่จะมีรสนิยม ตามพอใจของเขา
เขามีสิทธิ ที่จะเลือก(แม้ศาสนา) ตามพอใจของเขา
เขามีสิทธิ ที่จะใช้สมบัติสาธารณะ เท่ากันกับเรา
เขามีสิทธิ ที่จะเป็นโรคประสาท หรือเป็นบ้า เท่ากับเรา
เขามีสิทธิ ที่จะขอความช่วยเหลือ เห็นอกเห็นใจ จากเรา
เขามีสิทธิ ที่จะได้รับอภัย จากเรา ตามควรแก่กรณี
เขามีสิทธิ ที่จะเป็นสังคมนิยม หรือเสรีนิยม ตามใจเขา
เขามีสิทธิ ที่จะเห็นแก่ตัว ก่อนเห็นแก่ผู้อื่น
เขามีสิทธิ แห่งมนุษยชน เท่ากันกับเรา สำหรับจะอยู่ในโลก
ถ้าเราคิดกันอย่างนี้ จะไม่มีการขัดแย้งใดๆเกิดขึ้น
พุทธทาสภิกขุ (โมกขพลาราม, ไชยา- 22 พ.ค.2531)
จากเฟซบุ๊ค
รูปภาพของว.วชิรเมธี (W.Vajiramedhi) - พุทธทาสภิกขุ (Buddhadasa)
รูปภาพของว.วชิรเมธี (W.Vajiramedhi) - พุทธทาสภิกขุ (Buddhadasa)
วันจันทร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2553
คัดลอกข้อความดีๆ ในเว๊บบล็อกของนิ้วกลมอีกแล้ว
เคยทำอะไรเพื่อคนรอบข้าง (ในเวลาที่เราอยากทำ แต่เขาไม่ต้องการ)
เลยรู้สึกว่าไม่มีค่า ลองทำอะไรเพื่อคนรอบข้าง (ในเวลาที่เขาต้องการ )
แค่เขายิ้ม ดีใจ หรือ ขอบคุณ ก็รู้สึก มีค่า มากมาย (หัวใจพองโต)
แต่...ก็รู้สึกเหนื่อยอีกละ ที่จะทำอะไรๆ เพื่อใครๆ มากมายเกินไป
จน วันหนึ่ง..... ได้พบว่า ความพอดี ...ทั้งเราอยากทำ และเขาต้องการ นั่นล่ะ...
แต่.. ในที่สุด ก็ได้พบอีกว่า เรามีค่าเสมอ เมื่อเราได้ทำสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ (แม้ว่าจะมีใครรู้หรือไม่ก็ตาม)
เคยทำอะไรเพื่อคนรอบข้าง (ในเวลาที่เราอยากทำ แต่เขาไม่ต้องการ)
เลยรู้สึกว่าไม่มีค่า ลองทำอะไรเพื่อคนรอบข้าง (ในเวลาที่เขาต้องการ )
แค่เขายิ้ม ดีใจ หรือ ขอบคุณ ก็รู้สึก มีค่า มากมาย (หัวใจพองโต)
แต่...ก็รู้สึกเหนื่อยอีกละ ที่จะทำอะไรๆ เพื่อใครๆ มากมายเกินไป
จน วันหนึ่ง..... ได้พบว่า ความพอดี ...ทั้งเราอยากทำ และเขาต้องการ นั่นล่ะ...
แต่.. ในที่สุด ก็ได้พบอีกว่า เรามีค่าเสมอ เมื่อเราได้ทำสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ (แม้ว่าจะมีใครรู้หรือไม่ก็ตาม)
วันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2553
ความสุข

ข้อความดีๆ จากเฟซบุ๊คของ ว.วชิรเมธี ขออนุญาตหยิบมาใส่บล็อกของตัวเองนะคะ
ความสุข
ความเอ๋ย ความสุข ใครๆ ทุก คน, ชอบเจ้า เผ้าวิ่งหา “แกก็สุข, ฉันก็สุข, ทุกเวลา” แต่ดูหน้า ตาแห้ง ยังแคลงใจ ถ้าเราเผา ตัวตัณหา ก็น่าจะสุข ถ้ามันเผา เราก็ “สุก” หรือเกรียมได้ เขาว่าสุข สุขเน้อ ! อย่าเห่อไป มันสุขเย็น หรือสุกไหม้ ให้แน่ เอย ฯ
ข้อเสียของฉัน ชอบเปลี่ยนความสุข ให้กลายเป็นความทุกข์ได้ในเวลาอันรวดเร็ว..เพียงชั่วข้ามคืน ที่ความสุขเพิ่งจะมาถึงยังไม่ทันไร เจ้าความขี้น้อยใจ คิดเล็กคิดน้อย คิดหยุมคิดหยิม.. จริงๆ น่ะ เขาเรียกว่าคิดมาก มากกว่า มาทำลายเจ้าความสุขที่ว่านี้ทุกที..แต่ถ้าหากใช้ยาแก้ คือ ความรัก ความเชื่อใจ ความมั่นใจ และความไว้ใจ ในตัวของผู้ชายคนนั้น ก็อาจจะช่วยให้ความสุขนั้นอยู่คงทนได้นานขึ้นนะ
เป็นกำลังใจให้ตัวเองหนักแน่นมั่นคง...เพื่อรักษาความรักครั้งนี้ ที่คิดว่าเป็นครั้งสุดท้าย ให้อยู่ยืนนาน...เถิดนะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


















