วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553

keywordประจำperiod







ความผิดหวังย่อมเป็นธรรมดาของโลก

ยังไม่ชินอีก ฤ

สอบคอมพรีฯ จะเอาอะไรไปสอบกับเขานะ

where is the love....

michelle, my michelle...

only these songs and you are in my head....

คิดถึงแมวชื่อน้อย...หนูดีก็มาหาพี่บ่อยๆนะ

balanced scorecard เมื่อไหร่จะเสร็จ(เสียที)
เอเปคล่ะ แค่เริ่มก็วุ่นซะแล้ว

เพื่อนฉันคนนึงหายไปไหน

ไอเอส จะทำไรต่อดี แบบสัมภาษณ์ ร่างเสียทีสิแม่คุณ...

วันศุกร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553

อวตาร Avatar




เมื่อวาน ได้มีโอกาสไปดูหนังเรื่อง Avatar กับน้องวรรณ์ เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่เพราะทริปนี้ เดินทางไปโรบินสันด้วยมอเตอร์ไซค์ ฉวัดเฉวียน หน้าหวาดเสียวแต่ได้ใจ


หนังเรื่องนี้ ใช้เทคนิคตระการตา คนทำช่างมีจินตนาการสูงส่ง หากเราได้ไปอยู่ในดาวแพนโดร่าได้คงดี แต่ไม่ต้องมีผู้พันนั่นมาถล่มเมืองนะ


ขออนุญาตนำรูปจากเว๊บของ majorcineplex มาประดับไว้บนบล็อกนี้สักสองสามภาพ คงไม่ว่ากันนะคะ


มีเรื่องขำ พวกเราตั้งใจดูหนังเรื่องกันมากๆ แต่น้องวรรณ์เกิดแพ้ความเป็นสามมิติเข้า


ของข้าพเจ้าเองก็เช่นกัน ดูภาพไม่ชัดนัก แต่ก็ได้รู้ว่า อ้อนี่เอง ที่เขาเรียกสามมิติ อิอิ

วันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2552

วันส่งท้ายปีเก่า

วันส่งท้ายปีแบบนี้ อยากบอกจัง ว่ารักผู้ชายคนนั้นที่ซู้ด...เขาจะเป็นอย่างไรก็ช่าง ก็รักอยู่ดี
หรือชีวิตจะลิขิตมาแบบนี้

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552

รักแบบไม่เบียดเบียน


ความรักของฉัน คือรักแบบไม่มีกิเลส ไม่เบียดเบียน ไม่ทำให้ผู้เป็นที่รักต้องเดือดร้อน ทุกข์ใจ

วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เมื่อถึงเวลาต้องจากกัน






บทความนี้ ฉันขอมอบให้รถคู่ใจ ที่ตอนนี้ ได้กลายไปเป็นรถของคนอื่นเสียแล้ว
รถคันนี้ ผ่านทั้งช่วงเวลาดีๆ และช่วงเวลาที่ร้ายๆ มากับฉัน
มีความทรงจำดีๆ หลายอย่าง ทิ้งไว้ในรถคันนี้
ฉันซื้อรถคันเก่าในราคา 370,000 มาจากเจ้าของเดิม ประมาณเดือนพฤษภาคม 2547 ก่อนจะซื้อคันนี้สองสามเดือน ฉันประสบอุบัติเหตุรถชนต้นไม้ รถพังยับเยิน และขาฉันก็เกือบพังเช่นกัน นี่เป็นเหตุผลว่าเพราะเหตุใดฉันจึงเลือกซื้อรถที่มีเกียร์ออโต้ เนื่องจากหลังเวลาพักฟื้นอยู่บ้าน 2 เดือน ก็มีอันจะต้องขับรถไปทำงานแล้ว ทั้งๆ ที่ตอนที่ได้รถมา ขายังเข้าเฝือกอยู่เลย ช่างน่าขันที่ทุลักทุเล พยายามยัดขาพร้อมเฝือกอันเบ้อเริ่มเข้าไปในรถ
รถคันนี้ แม่ดีใจมากที่ได้นั่ง เพราะนี่เป็นรถใหม่ที่สุดที่ฉันเคยขับ น่าเสียดายที่พ่อไม่มีโอกาสได้ร่วมชื่นชมกับเรา
รถคันนี้ พาแม่ไปโรงพยาบาล แทบนับครั้งไม่ถ้วน ไปทุกเดือนเพื่อพาแม่ไปพบหมอตามนัด ไปทุกเดือนเพื่อไปรับยาแทนแม่ บางครั้ง และมีบางครั้ง ที่ต้องพาแม่ออกจากบ้านกลางดึกเพื่อพาแม่ไปโรงพยาบาล มีอยู่ครั้งหนึ่ง แม่หายใจไม่ออก อาการแย่มาก แต่แม่ก็ช่างรอบคอบที่พกยาพ่นติดตัวมาด้วย แม่พ่นยาเองมาในรถ จนคุณหมอชมว่าคุณยายมีสติดีมากๆ ถ้าแม่ไม่พ่นยา จะอันตรายอย่างยิ่ง
เจ้าโซลูน่าคันนี้ พาฉันกับแม่มาโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย แทบทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น
รถคันนี้ ทำให้ฉันได้มีโอกาสได้เดินทางไปเชียงรายกับคนที่ฉันรัก ช่างเป็นช่วงเวลาที่ดีและมีค่ามากที่สุดทุกครั้งที่ได้อยู่ด้วยกัน สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นของขวัญจากพระเจ้า และคงเกิดขึ้นไม่บ่อย เขาเป็นใครบางคนที่เพียงแค่นึกถึง หรือกำลังจะเขียนถึง แล้วก็ทำให้เกิดอาการคัดจมูก น้ำตาซึม อันเนื่องมาจากอาการคิดถึงและอื่นๆ ทุกครั้ง
ความรักที่เกิดขึ้นห้ามกันไม่ได้ แต่ก็เฝ้าบอกตัวเองให้รู้จักรักอย่างพอเพียง แค่ได้มีโอกาสพบเจอกับความรู้สึกดีๆ และคนดีๆ แบบนี้ ก็เพียงพอแล้วกับชีวิตที่เหลืออยู่ แค่รัก ก็พอแล้ว...
รถคันนี้ ยังพาฉันโดดเรียนไปซื้อซีรียส์ที่แม่สายอีกรอบ ทริปนี้น่าขำมาก เพราในตอนแรกตั้งใจจะขับรถไปเรียนหนังสือตามปกติ แต่เปลียนเส้นทางไปเชียงรายซะงั้น ทำยังกับแม่สายอยู่แถวๆ แม่ริมนะ อิอิ
รถคันนี้ ไม่เคยงอแง ไม่เคยเสียกลางทาง พาฉันกลับบ้านโดยสวัสดิภาพทุกครั้ง มีอยู่ครั้งเดียว ที่แบตเตอรี่รถหมดก่อนสอบหนึ่งวัน อันเนื่องมาจากความไม่ค่อยใส่ใจเรื่องรถของฉันเอง คราวนั้น ฉันกับเพื่อนนั่งติวหนังสือกันอยู่ริมถนนข้างฟุตบาทเพื่อรอผู้ช่วยเหลือ ช่างเป็นประสบการณ์ที่น่าเศร้าพิกล
เจ้าโซลูน่าคันนี้ จะได้อยู่กับฉันอีกไม่กี่วัน ใจหายไม่น้อย เมื่อคิดว่าเราจะไม่ได้เจอกันต่อไป ฉันหวังว่า เจ้าของใหม่ จะรักมัน ดีใจที่เขาบอกว่าเขาจะนำรถคันนี้ไปเข้าศูนย์โตโยต้าที่เดิม ดีใจ ที่เขาจะดูมันอย่างดีเหมือนที่เคยเป็น (หรือเปล่านะ)

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ภาษาเมืองขำๆ

ได้รับฟอร์เวิดส์เมล์ขำๆ ดังนี้
"ต้องยกนิ้ว ฮื้อ คนกึ๊ด ละก่อชมว่าหลวก หยั่งว่อก แปล ว่าฉลาดหลักแหลม

เกี่ยวกับสี
ดำคึลึ = คนอ้วนล่ำผิวดำ
ดำคุมมุม = ดำสลัวอยู่ในความมืด
ดำขิกติ้ก = ดำซุปเปอร์
ดำคิมมิม = คนผอมกระหร่องผิวดำ
ดำผึดำผึด = ดำมากๆทั่วๆไป
แดงเผ้อเหล้อ = แดงเป็นจุดใหญ่จุดเดียว
แดงปะหลึ้ง = แดงจัดมาก
แดงปะหลิ้ง = แดงอมชมพูแดงเป็นจุดเล็กๆ
เหลืองเอิ่มเสิ่ม = เหลืองอมส้ม
เขียวอุ้มฮุ่ม = เขียวแก่
มอยอ้อดฮ้อด = สีน้ำตาลหม่น
ขาวโจ๊ะโฟ้ะ = ขาวมากๆ
เปิดเจ้อะเห้อะ = สีขาวซีด
เส้าแก๊ก = สีหม่นหมองมาก
ลายขุ่ยหยุ่ย = ลายพร้อย หรือลายเป็นดอกดวง
ใสอ้อดหล้อด = สดใสแบบอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ
ใส่ยงยง = สว่างจ้า

เกี่ยวกับแสง-เสียง
มืดแถ้ก = มืดสนิท
มืดสะลุ้ม = มืดสลัวๆ
มืดซุ้มซิ้ม = มืดนิดๆ
แจ้งฮุมหุฮุมหู่ = สว่างลางๆเลือนๆ
แจ้งลึ้ง = สว่างโร่เห็นได้ชัด
ดั้กปิ้ง = เงียบกริบ
ดั้กปิ้งเย็นวอย = เงียบเชียบ
ดั้กแส้ป = ไม่ได้ข่าวคราว
ดั้กก๊กงก = นั่งนิ่ง

เกี่ยวกับกลิ่น-รส
เหม็นโอ่ = เหม็นเน่า
จ๋างแจ้ดแผ้ด = จืดชืด
ขมแก๊ก = ขมมาก
ส้มโจ๊ะโล๊ะ = รสเปรี้ยวมาก

เกี่ยวกับรูปร่าง-ลักษณะ
แหลวแหล้ะแหลวแล่น = แหลกไม่มีชิ้นดี
แหลวแฝ้ะแหลวแฟ่น = แหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เปิดโต้โหล้ = เปิดโล่ง
แน่นแท้ก = หนาแน่น แข็งแรง
บางแต๊บแย้บ = บางเบามาก
ซื่อแซ้ด = ตรงเหมือนไม้บรรทัด
แข็งเกิ้กเดิ้ก = ลักษณะแข็งทื่อ
แข็งกึ่งดึ่ง = แข็งทื่อเหมือนศพ
สูงใบ้สูงง่าว = สูงมากจริงๆ
ต่ำแม้ดแก้ด = ลักษณะคนเตี้ยแกร็น
ต่ำป้อกหล้อก = เตี้ยหม้อต้อ
สั้นกิ้มดิ้ม = สั้นจุ๊ดจู่
ยาวโจ๊ะโละ = หน้ายาว
มนแกว๊ด = กลมดิก
ป้อมป้อกหล้อก = เตี้ยกลมเล็ก
ผอมแก้งแด้ง = ผอมขี้ก้างผอมแห้ง
หม้ดผี้หลี้ = สวยสดใส
งอก๊อกหง้อก = เปรียบเทียบกับคนหน้างอ
งอก่องด่อง = นอนขดตัว
ตอกบ๊ะบ๊ะ = ตอกหลายๆที
ฮูโจ้โหว้ = รูเบ้อเริ่ม
ฮูโจ้ดโหวด = รูใหญ่เห้นชัดเจน
ก๋วงโจ้โหว้ = รูกลวงใหญ่ลอดง่าย
อ้าก้าบงาบ = อ้ากว้าง
งามผี้หลี้ = คนที่เริ่มเป็นสาวและมีหน้าตาสวย
งามแต๊งามว่า = สวยจริงๆ
เก่าโคะโละ = เก่ามาก
เนียนแน้ก = รวดเร็ว
บานเผ้อเหล้อ = เบ่งบานเต็มที่
ก๊ดโก้งโหง้ง = ไม่ตรง
ก๊ดหง้อกก๊ดแหง้ก = คดไปคดมา
ยานเติบเต๋ย = ยืดยาด
ปุ๊สุ่นบุ่น = ผมฟูฟ่อง
เค่งติ้งติ้ง = การแน่น คัดเต้านม หรือ รัดตึง
สาวจิ๊ดริด = เริ่มโตเป็นสาว แม่สาวน้อย
ขำก๊ะงะ = ค้างคาอยู่
กว้างโล่งโก๊ะโล่งโก๋น = เปรียบเทียบความกว้างจนทะลุปรุโปร่ง

วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ไปอ่านเว๊บบอร์ดใน http://larndham.net/index.php?showtopic=37005
เป็นกระทู้ที่ดีมากๆ ผู้เขียนในนั้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน มีประโยคหนึ่ง ที่โดนมากๆ ในเรื่องของการมีจิตใจใฝ่ธรรมะที่ตัวเราเองก็ใกล้เคียง

"แต่สำหรับดิฉัน ไม่ใช่ค่ะ....การใช้ธรรมะ รักษาใจ นั่นคือ คุณสามารถใช้ชีวิตทางโลกของคุณไปตามปกตินั่นแหละ....มีหน้าที่อะไรต้องรับผิดชอบ ต้องทำ คุณก็ทำไปคุณยังอยากสวย อยากงาม อยากสนุก อยากเป็นตัวของตัวเอง คุณก็ทำไป ไม่ได้มีข้อห้ามใดใด เพียงแค่คุณตั้งจิตอธิษฐาน ในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ อยู่กับปัจจุบัน ด้วยการ คิดดี ทำดี มีสัมมาวาจา ไม่เบียดเบียนผู้อื่นให้เกิดทุกข์ และการให้อภัย....ทั้งหมดก็คือส่วนหนึ่งของการอยู่ในศีลธรรม ดั่งคำสอนของพระพุทธเจ้านั่นแหละ"

ขอขอบคุณผู้เขียนกระทู้นี้ ที่ได้ให้ข้อคิดดีๆ ในการเริ่มต้นชีวิตใหม่