เมื่อวานฉันได้รับข่าวร้าย แต้มเสียชีวิตในตู้ออกซิเจน ฉันใจหาย หมอเอาแต้มใส่ไว้ในกล่องกระดาษ ฉันอุ้มกล่องของแต้มมาไว้บนเบาะหน้า บอกหมอว่า ขามาก็นั่งมาด้วยกัน ขากลับ ก็ต้องพาแต้มกลับไปแบบนี้เหมือนกัน
น้ำตาฉันจะไหล เมื่อค่อยๆ ขับรถพาแต้มกลับบ้าน แต่ก็นึกในใจว่า แต้มไปสบายแล้ว แต้มไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องปวด อีกต่อไป
กลับบ้านใกล้จะมืด ฉันรีบไปหยิบยืมอุปกรณ์การขุดดินจากบ้านน้า แล้วก็ลงมือขุดหลุมฝังแต้มด้วยตัวเองในสวนหลังบ้าน
แต้มนอนสงบนิ่งอยู่ในกล่อง ฉันขุดหลุมจนคิดว่าลึกมากพอ หาผ้ามาวางรองเป็นที่นอนให้แต้ม และมีผ้าห่มมาให้แต้มด้วย
ฉันบรรจงอุ้มแต้มลงนอนในหลุม ถึงเวลาได้หลับอย่างแท้จริงเสียทีนะแต้ม เวลาบนโลกนี้ของแต้มช่างหมดลงอย่างรวดเร็ว
แต้มอยู่มาบนโลกเกือบ 1 ปีเต็ม ชาติหน้า ขอให้แต้มไปเกิดในภพภูมิที่ดี
วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2552
วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2552
แต้ม



ก่อนสิ้นปี แต้มหายออกไปจากบ้านสองวัน พอแต้มกลับมา แต้มมีอาการอ่อนล้า เห็นได้ชัดว่าแต้มไม่สบาย แต่คราวนี้ แต้มต่างจากหนูดี ที่เมื่อคราวก่อน หนูดีดูไม่เป็นหนักเท่าแต้ม แต้มนอนคอตกอยู่บนชั้นวางรองเท้าที่บ้าน
ฉันตัดสินใจพาแต้มไปพบคุณหมอ หมอบอกว่าแต้มมีไข้ ฉีดยาลดไข้ให้แต้ม จากนั้น ฉันพาแต้มกลับบ้าน วันถัดมา แต้มมีอาการตาเหลืองมากๆ ฉันตัดสินใจพาแต้มไปหาหมออีกครั้ง คราวนี้ หมอบอกว่า แต้มอาจเป็นโรคตับ หมอให้ยาบำรุงตับให้แต้ม และบอกให้ฉันกกไฟให้แต้ม เพราะแต้มตัวเย็นมากๆ และให้ป้อนน้ำหวานให้แต้ม เพื่อบำรุงตับ
ฉันเริ่มใจไม่ดี แต้มเป็นเยอะมากกว่าที่คิดไว้ ฉันฉลองวันขึ้นปีใหม่กับญาติๆ ที่บ้าน พร้อมๆ กับคอยดูแต้มที่ต้องนอนอยู่ในตะกร้าพร้อมหลอดไฟเพื่อทำตัวแต้มให้อุ่น หลังปีใหม่ ฉันก็ได้ข่าวดี อุณหภูมิร่างกายของแต้มเป็นปกติอีกครั้ง เริ่มใจชื้นขึ้นมาบ้าง
อย่างไรก็ดี เรื่องของแต้มยังไม่จบแค่นี้ แต้มยังไม่ยอมทานข้าว แต่แต้มก็ทานน้ำเก่ง ลุกมาทานน้ำเอง และบางครั้ง แต้มก็นอนหลับ เอาคางเกยขันน้ำของแต้มนั่นเอง
หลังจากนั้น แต้มเริ่มลงมาข้างล่าง มานอกบ้าน รอรับฉันเวลากลับบ้าน ฉันใจชื้น แต้มต้องดีขึ้นแล้วแน่ๆ ไม่นานแต้มจะหายเหมือนเดิม
แต่หลังจากนั้นไม่นาน แต้มกลับมีอาการแย่ลงไปอีก แต้มเริ่มไม่ทานน้ำเอง หายใจหอบขึ้น แต้มหายไปอีกครึ่งวันกับหนึ่งคืน ฉันใจหาย เริ่มทำใจ ว่าแต้มอาจจะอยากจากไปโดยทิ้งภาพที่สวยงามไว้ข้างหลัง อย่างไรก็ดี ฉันยังมีความหวังว่า แต้มอาจจะกลับมาที่บ้านอีก แต้มต้องไม่เป็นอะไร
แต่วันถัดมา แต้มมาหมอบนั่งอยู่ข้างบ้านอีกครั้ง ฉันทิ้งทุกอย่างในมือ วิ่งไปหาแต้ม คราวนี้แต้มหอบหนักกว่าเดิม เมื่อป้อนน้ำ แต้มกลับไม่อยากทานน้ำ แต้มอาเจียนเอาน้ำออกมาหมด ฉันใจไม่ดี รีบพาแต้มไปหาหมออีกครั้ง
คราวนี้ แต้มต้องถูกให้น้ำเกลือ และอยู่ในตู้ออกซิเจน ฉันใจแป้ว ทำใจว่า นี่คือสิ่งที่ฉันจะทำได้ดีที่สุดเพื่อแต้ม คราวนี้ ถึงคราวที่แต้ม ต้องสู้แล้วล่ะ แต่ถ้าแต้มสู้ไม่ไหว พี่ก็ไม่ยื้อแต้มไว้นะ
ฉันตัดสินใจพาแต้มไปพบคุณหมอ หมอบอกว่าแต้มมีไข้ ฉีดยาลดไข้ให้แต้ม จากนั้น ฉันพาแต้มกลับบ้าน วันถัดมา แต้มมีอาการตาเหลืองมากๆ ฉันตัดสินใจพาแต้มไปหาหมออีกครั้ง คราวนี้ หมอบอกว่า แต้มอาจเป็นโรคตับ หมอให้ยาบำรุงตับให้แต้ม และบอกให้ฉันกกไฟให้แต้ม เพราะแต้มตัวเย็นมากๆ และให้ป้อนน้ำหวานให้แต้ม เพื่อบำรุงตับ
ฉันเริ่มใจไม่ดี แต้มเป็นเยอะมากกว่าที่คิดไว้ ฉันฉลองวันขึ้นปีใหม่กับญาติๆ ที่บ้าน พร้อมๆ กับคอยดูแต้มที่ต้องนอนอยู่ในตะกร้าพร้อมหลอดไฟเพื่อทำตัวแต้มให้อุ่น หลังปีใหม่ ฉันก็ได้ข่าวดี อุณหภูมิร่างกายของแต้มเป็นปกติอีกครั้ง เริ่มใจชื้นขึ้นมาบ้าง
อย่างไรก็ดี เรื่องของแต้มยังไม่จบแค่นี้ แต้มยังไม่ยอมทานข้าว แต่แต้มก็ทานน้ำเก่ง ลุกมาทานน้ำเอง และบางครั้ง แต้มก็นอนหลับ เอาคางเกยขันน้ำของแต้มนั่นเอง
หลังจากนั้น แต้มเริ่มลงมาข้างล่าง มานอกบ้าน รอรับฉันเวลากลับบ้าน ฉันใจชื้น แต้มต้องดีขึ้นแล้วแน่ๆ ไม่นานแต้มจะหายเหมือนเดิม
แต่หลังจากนั้นไม่นาน แต้มกลับมีอาการแย่ลงไปอีก แต้มเริ่มไม่ทานน้ำเอง หายใจหอบขึ้น แต้มหายไปอีกครึ่งวันกับหนึ่งคืน ฉันใจหาย เริ่มทำใจ ว่าแต้มอาจจะอยากจากไปโดยทิ้งภาพที่สวยงามไว้ข้างหลัง อย่างไรก็ดี ฉันยังมีความหวังว่า แต้มอาจจะกลับมาที่บ้านอีก แต้มต้องไม่เป็นอะไร
แต่วันถัดมา แต้มมาหมอบนั่งอยู่ข้างบ้านอีกครั้ง ฉันทิ้งทุกอย่างในมือ วิ่งไปหาแต้ม คราวนี้แต้มหอบหนักกว่าเดิม เมื่อป้อนน้ำ แต้มกลับไม่อยากทานน้ำ แต้มอาเจียนเอาน้ำออกมาหมด ฉันใจไม่ดี รีบพาแต้มไปหาหมออีกครั้ง
คราวนี้ แต้มต้องถูกให้น้ำเกลือ และอยู่ในตู้ออกซิเจน ฉันใจแป้ว ทำใจว่า นี่คือสิ่งที่ฉันจะทำได้ดีที่สุดเพื่อแต้ม คราวนี้ ถึงคราวที่แต้ม ต้องสู้แล้วล่ะ แต่ถ้าแต้มสู้ไม่ไหว พี่ก็ไม่ยื้อแต้มไว้นะ
วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
ข้อแนะนำในการดำเนินชีวิต

มีเรื่องดีๆ จากอีเมล์มาเล่าสู่กันฟัง
ข้อแนะนำในการดำเนินชีวิต
1. ระลึกเสมอว่า การจะได้พบความรักและความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ก็ต้องประสบกับความเสี่ยงอันมหาศาลดุจกัน
2. เมื่อคุณแพ้ อย่าลืมเก็บไว้เป็นบทเรียน
3. จงปฏิบัติตาม 3Rs
3.1 เคารพตนเอง (Respect for self)
3.2 เคารพผู้อื่น (Respect for others)
3.3 รับผิดชอบต่อการกระทำของตน (Responsibility for all your actions)
4. จงจำไว้ว่า การที่ไม่ทำตามใจปรารถนาของตนบางครั้งก็ให้โชคอย่างน่ามหัศจรรย์
5. จงเรียนรู้กฎ เพื่อจะทราบวิธีการฝ่าฝืนอย่างเหมาะสม
6. จงอย่าปล่อยให้การทะเลาะเบาะแว้งด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อย มาทำลายมิตรภาพอันยิ่งใหญ่ของคุณ
7. เมื่อคุณรู้ว่าทำผิด จงอย่ารอช้าที่จะแก้ไข
8. จงใช้เวลาในการอยู่ลำพังผู้เดียวในแต่ละวัน
9. จงอ้าแขนรับการเปลี่ยนแปลง แต่อย่าปล่อยให้คุณค่าของคุณหลุดลอยจากไป
10. จงระลึกไว้ว่า บางครั้งความเงียบก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุด
11. จงดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อที่ว่าเมื่อคุณสูงวัยขึ้นและคิดหวนกลับมาคุณจะสามารถมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำลงไปได้อีกครั้ง
12. บรรยากาศอันอบอุ่นในครอบครัวเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิต
13. เมื่อเกิดขัดใจกับคนที่คุณรัก ให้หยุดไว้แค่เรื่องปัจจุบัน อย่าขุดคุ้ยเรื่องในอดีต
14. จงแบ่งปันความรู้ เพื่อเป็นหนทางก้าวสู่ความเป็นอมตะ
15. จงสุภาพกับโลกใบนี้
16. จงหาโอกาสท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่คุณไม่เคยไป อย่างน้อยก็ปีละครั้ง
17. จำไว้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดีที่สุด คือความรักมิใช่ความใคร่
18. จงตัดสินความสำเร็จของตนด้วยสิ่งที่ต้องเสียสละ
19. จงเข้าใกล้ความรักด้วยการปล่อยวาง
วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
ระวังนกถูกรถชน
วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2551
วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2551
เรื่องดีๆ จาก forward mail

ใครหลายคนชอบคิดไปไกล "ในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง... สิ่งที่ยังไม่เกิด" ความคิดนี่แหละ ที่จะบั่นทอนพละกำลังส่วนหนึ่งของความสุขที่ควรจะเกิด ควรจะมี ให้ลดน้อยลงไป บางขณะ เราน่าจะทำชีวิตให้ดีกว่านั้น ได้ง่ายๆ แต่ เพราะความคิด ความกังวล ทำให้สิ่งที่น่าจะง่าย กลายเป็นสิ่งยุ่งยาก ถ้าความคิดบางอย่าง ยิ่งคิด ยิ่งเศร้า ยิ่งทำให้กังวล ยิ่งไม่มีความสุข ยิ่งหวาดกลัววันข้างหน้า ก็อย่าไปคิดมันเลย แค่ทำวันนี้ให้มีความสุข ทำให้ดีที่สุดกับเวลานี้ ที่มีโอกาสนี้........ บางที ใครจะรู้ว่า อะไรๆ ที่ไปกังวลนั้น อาจจะมาไม่ถึงก็ได้......... ชีวิตอาจไม่ยาวนานถึงขนาดนั้น ไม่มีใครรู้ว่าพรุ่งนี้ จะตื่นขึ้นมาหรือเปล่า อย่ากังวลกับอะไรที่ยังมาไม่ถึง....... มองวันนี้ และทำวันนี้ มีความสุขกับทุกวินาทีนี้ ..... ที่ยังหายใจอยู่ดีกว่า เวลามีพอเสมอ สำหรับความสุข ความทุกข์สร้างสิ่งมหัศจรรย์ ชีวิตที่พบความทุกข์ เป็นชีวิตที่แท้จริง... ไม่มีความทุกข์ ก็ไม่มีการเติบโต ความทุกข์เป็นพลังขับเคลื่อนให้หลายอย่างเกิด ไม่มีใครไม่มีความทุกข์ เพราะนั่นคือ การเป็นชีวิต ความทุกข์สอนให้แต่ละคนเข้มแข็ง ในแง่มุมต่างๆ ถ้าความทุกข์ไม่เข้ามาหา ก็จะไม่รู้ว่า ความสุขที่แท้เป็นอย่างไร ไม่มีความทุกข์ ก็ไม่รู้จักความสุข...... เพราะความทุกข์พิสูจน์ความเป็นคน อ่อนแอหรือเข้มแข็ง ความทุกข์เป็นสิ่งท้าทายความสามารถ..... เมื่อใด ที่มีความทุกข์ ควรยิ้มรับ และคิดว่าโชคดีที่ได้เจอความทุกข์ ได้เรียนรู้การแก้ปัญหา ได้สงบ ได้สติ ได้ความนิ่ง ได้รู้จักโลก รู้จักตัวเอง รู้จักการเติบโตทุกๆ ก้าว ให้กำลังใจตัวเองมากๆ บอกตัวเองว่า โชคดีที่วันนี้มีความทุกข์ เพราะเมื่อผ่านความทุกข์ ความสุขก็จะรออยู่เบื้องหน้า... จงใช้ความทุกข์สร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้กับชีวิต
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



