เช้าวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2551 แม่จากฉันไปอย่างสงบ คำถามหลายข้อ ยังคาอยู่ในหัวใจของฉัน เช่น
แม่เป็นอะไร แม่ไม่สบายตรงไหน
ทำไมฉันไม่ยอมเชื่อแม่และพาแม่ไปหาหมอ
ทำไมวันนั้น วันเสาร์ 6 วัน ก่อนแม่จะเสีย พาแม่ไปหาหมอ แต่ทำไม หมอไม่อยู่
แม่จะโกรธฉันหรือเปล่า ที่ฉันไม่ยอมเชื่อแม่และพาแม่ไปโรงพยาบาลตามที่แม่ขอ
ตอนนี้แม่อยู่ไหน และ
แม่จะรู้หรือเปล่าว่าฉันก็รักแม่ไม่น้อยไปกว่าใคร
ในวันฌาปนกิจแม่เมื่อ 31 มีนาคม 2551 ฉันมีโอกาสอ่านกลอนนี้ในงาน หวังว่ากลอนนี้ จะได้ยินถึงหูของแม่ที่อยู่บนฟ้าด้วย
"ในวันนี้ ลูกได้ดี เพราะแม่ช่วย
แม่กอร์ปด้วย ความดี ที่สั่งสม
ยามลูกดื้อ แม่ถือไม้ ใช้อบรม
ยามลูกตรม แม่ปลอบใจ หายทุกข์พลัน
ต่อแต่นี้ แม่จากไป ลูกใจหาย
ยามเจ็บไข้ จะได้ใคร ช่วยปลอบขวัญ
หาอาหาร หวานคาว ทุกสิ่งอัน
บุญคุณนั้น จำใส่ใจ ไม่ลืมเลือน"
ฉันเสียใจที่ยังไม่ได้ทำอะไรหลายๆ ให้แม่ หรือทำกับแม่ ถ้ารู้ว่าแม่จะได้อยู่ด้วยกันอีกไม่กี่วัน ฉันคงทำตัวให้ดีกว่านี้ ฉันจะอยู่กับแม่ พูดจาไพเราะเสนาะหู ไม่ทำให้ท่านขุ่นเคืองใจ แต่ตอนนี้ ฉันไม่มีโอกาสทำเช่นนั้นอีกแล้ว
วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2551
วันพุธที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2551
จะจากเธอไกลเพื่อไปฮานอยและฮาลองเบย์
วันอังคารที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2551
คำคม บาดเข้าไปถึงไส้ติ่ง
เมื่อรู้สึกรักใครสักคน ช้าหรือเร็ว ก็ต้องเอ่ยปากบอก
ไยไม่เริ่มเสียแต่วันนี้ ด้วยการทำสิ่งที่ดี ให้กับคนซึ่งเป็นที่รัก
เมื่อความทุกข์มาเยือน จงเผชิญหน้ายิ้มรับความทุกข์นั้น
เพราะเราจะไม่รู้ค่าของความสุข หากไม่มีความทุกข์ในชีวิต
เมื่อมีปัญหาผ่านเข้ามา จงต้อนรับมันด้วยความเงียบสงบ
เหมือนการนั่งเฉยๆ เมื่อไฟดับ เพราะเมื่อเวลาผ่านไป
เราจะมองเห็นสิ่งรอบตัว ได้ชัดเจนขึ้นทีละนิด ทีละนิด
เมื่อสองคน ตัดสินใจเดินทางไปด้วยกันแล้ว
ไม่ว่าจุดหมายจะอยู่ไกลแค่ไหน ….
สิ่งที่จะต้องใส่เป้สะพายหลังไปด้วย คือ การให้อภัย
ความสุขหาได้ง่ายๆ เพียงแต่เลิกกำหนดตัวเองว่า
อย่างนี้คือสุข อย่างนั้นคือสุข ความสุขเริ่มต้นเมื่อใจเป็นสุข
อบอุ่นจริงใจ ใช่จะหาได้จากทุกคน
หากมีเพียงสักคนหนึ่ง หากมีใครสักคนหนึ่ง ให้ความรู้สึกที่จริงใจยามที่ได้อยู่ใกล้
ก็น่าที่จะยกให้คนๆนั้นเป็นคนพิเศษ
คนพิเศษของฉันคือเธอ
โกรธเขาเราเร่าร้อนเหลือหลาย เขาอยู่สุขแสนสบายบ่รู้
เราเร่าร้อนเดียวดาย แดเดือด ขมขื่นนอนคุดคู้ ค่ำเช้าทรมาน
ไยไม่เริ่มเสียแต่วันนี้ ด้วยการทำสิ่งที่ดี ให้กับคนซึ่งเป็นที่รัก
เมื่อความทุกข์มาเยือน จงเผชิญหน้ายิ้มรับความทุกข์นั้น
เพราะเราจะไม่รู้ค่าของความสุข หากไม่มีความทุกข์ในชีวิต
เมื่อมีปัญหาผ่านเข้ามา จงต้อนรับมันด้วยความเงียบสงบ
เหมือนการนั่งเฉยๆ เมื่อไฟดับ เพราะเมื่อเวลาผ่านไป
เราจะมองเห็นสิ่งรอบตัว ได้ชัดเจนขึ้นทีละนิด ทีละนิด
เมื่อสองคน ตัดสินใจเดินทางไปด้วยกันแล้ว
ไม่ว่าจุดหมายจะอยู่ไกลแค่ไหน ….
สิ่งที่จะต้องใส่เป้สะพายหลังไปด้วย คือ การให้อภัย
ความสุขหาได้ง่ายๆ เพียงแต่เลิกกำหนดตัวเองว่า
อย่างนี้คือสุข อย่างนั้นคือสุข ความสุขเริ่มต้นเมื่อใจเป็นสุข
อบอุ่นจริงใจ ใช่จะหาได้จากทุกคน
หากมีเพียงสักคนหนึ่ง หากมีใครสักคนหนึ่ง ให้ความรู้สึกที่จริงใจยามที่ได้อยู่ใกล้
ก็น่าที่จะยกให้คนๆนั้นเป็นคนพิเศษ
คนพิเศษของฉันคือเธอ
โกรธเขาเราเร่าร้อนเหลือหลาย เขาอยู่สุขแสนสบายบ่รู้
เราเร่าร้อนเดียวดาย แดเดือด ขมขื่นนอนคุดคู้ ค่ำเช้าทรมาน
ฝันเหอะ ถ้าอยากจะฝัน
ใครหนอ
วันพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2551
พรุ่งนี้เราจะพบกัน
วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ลักกี้เข้ารับผ่าตัด ตอนเช้า พบว่าที่นอนลักกี้ มีเลือดแดงเต็มไปหมด แม่บอกว่าให้รีบพาลักกี้ไปหาหมอเร็ว ท่าทางจะไม่ค่อยดี เวลาลักกี้ต้องเจ็บป่วยแบบนี้ทีไร ฉันมักจะรู้สึกผิดเสมอที่ชอบไปเห่อน้องๆ ตัวใหม่ๆ แทนที่จะเล่นกับลักกี้เหมือนเดิม แต่ลักกี้ ก็คงเข้าใจ ฉันเป็นแบบนี้ เดี๋ยวฉันก็มาง้อลักกี้เอง ลักกี้คงคิดแบบนี้บ่อยๆ ลักกี้เป็นหมาเรียบร้อย ไม่ดุ บอกให้ทำอะไรก็ทำ คราวนี้ ถ้าพี่บอกว่าให้ลักกี้มีชีวิตอยู่ต่อไปนานๆ ลักกี้ก็ต้องทำแบบนั้นนะ เข้าใจ๋
ดังนั้น ในวันนี้ฉันจึงออกจากที่ทำงานก่อนเวลาเพราะต้องพาเจ้าเพื่อนยากตัวน้อยตัวนี้ไปพบคุณหมอ หมอวินิจฉัยว่าลักกี้มดลูกอักเสบ และต้องรับการผ่าตัดโดยด่วน ก่อนจะเข้ารับการผ่าตัด ลักกี้ถูกฉีดยาเพื่อให้ซึมและสลบ เราสองคนมองหน้ากันผ่านกระจกห้องผ่าตัด ลักกี้มองหน้าฉันตาละห้อย ฉันยังจำภาพนั้นได้ติดตา ถึงแม้ลักกี้จะง่วงเพราะฤทธิ์ของยา แต่ลักกี้ยังจ้องมองมาที่ฉัน เหมือนกับจะถามว่า พาน้องมาไว้ในห้องนี้ทำไม ทำไมไม่ได้ออกไปล่ะ ทำไมง่วงแบบนี้ล่ะ
ฉันเกิดอาการหลอนแบบนี้ทุกทีสิน่า เวลาเพื่อนรักหรือน้อง ๆของฉันต้องไปอยู่ในห้องผ่าตัด เหตุการณ์ของน้องมอม ฝังใจฉันอยู่ไม่น้อย ลักกี้ก็แก่มากแล้วเสียด้วย ไม่เอาน่า เอาคิดในแง่ลบ เอาแต่บอกคนอื่นว่าให้คิดในแง่บวก เราก็ต้องพยายามคิดในแง่บวกบ้างสินะ สู้ๆ นะ ทั้งลักกี้ และตัวพี่เอง พรุ่งนี้เราจะเจอกันนะลักกี้
ส๊าธุ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายช่วยลักกี้ด้วยเถิด
ดังนั้น ในวันนี้ฉันจึงออกจากที่ทำงานก่อนเวลาเพราะต้องพาเจ้าเพื่อนยากตัวน้อยตัวนี้ไปพบคุณหมอ หมอวินิจฉัยว่าลักกี้มดลูกอักเสบ และต้องรับการผ่าตัดโดยด่วน ก่อนจะเข้ารับการผ่าตัด ลักกี้ถูกฉีดยาเพื่อให้ซึมและสลบ เราสองคนมองหน้ากันผ่านกระจกห้องผ่าตัด ลักกี้มองหน้าฉันตาละห้อย ฉันยังจำภาพนั้นได้ติดตา ถึงแม้ลักกี้จะง่วงเพราะฤทธิ์ของยา แต่ลักกี้ยังจ้องมองมาที่ฉัน เหมือนกับจะถามว่า พาน้องมาไว้ในห้องนี้ทำไม ทำไมไม่ได้ออกไปล่ะ ทำไมง่วงแบบนี้ล่ะ
ฉันเกิดอาการหลอนแบบนี้ทุกทีสิน่า เวลาเพื่อนรักหรือน้อง ๆของฉันต้องไปอยู่ในห้องผ่าตัด เหตุการณ์ของน้องมอม ฝังใจฉันอยู่ไม่น้อย ลักกี้ก็แก่มากแล้วเสียด้วย ไม่เอาน่า เอาคิดในแง่ลบ เอาแต่บอกคนอื่นว่าให้คิดในแง่บวก เราก็ต้องพยายามคิดในแง่บวกบ้างสินะ สู้ๆ นะ ทั้งลักกี้ และตัวพี่เอง พรุ่งนี้เราจะเจอกันนะลักกี้
ส๊าธุ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายช่วยลักกี้ด้วยเถิด
วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551
ขอโทษเจ้านกน้อย


เช้าวันนี้ ขับรถออกมาทำงาน มีนกตัวหนึ่ง ไม่ยอมหลบรถของฉัน ช่างน่าประหลาดใจเพราะทุกที นก หรือไก่ จะว่องไวมากเวลาอยู่บนท้องถนน แต่เจ้านกตัวนี้ เกิดอะไรขึ้นกับมันนะ ฉันคิดว่าฉันชนมันเข้าแล้วอย่างจัง ก็แหม ขนนกน้อยปลิวว่อนออกอย่างนั้น โธ่ เจ้านกน้อย ทำไมไม่หลบนะด้วยความรีบเร่ง จะต้องมาทำงานให้ทันเวลา ไม่ได้การล่ะ วันนี้ฉันยอมให้ชื่ออยู่ใต้เส้นแดง ฉันถอยรถกลับไปดูใจเจ้านกน้อย แต่ทว่า ร่างของมันหายไปเสียแล้ว หรือเจ้าจะไม่เป็นอะไรนะ แต่อย่างไรก็ดี ฉันก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ในวันนี้ เหมือนกับว่าได้ทำให้สิ่งมีชีวิตสิ่งหนึ่งต้องเจ็บปวด เจ้าจะตายหรือเปล่า อันนี้ฉันก็ไม่แน่ใจ แต่อย่างน้อย เจ้านกน้อยตัวนี้คงตกใจไม่น้อย ที่จู่ๆ ก็มีวัตถุเคลื่อนไหวได้ไว (แหะๆ) มากระแทกตัวมันอย่างจัง ฉันอยากให้ข้อความเหล่านี้ส่งไปถึงเจ้านกตัวนั้นว่าฉันขอโทษ หากเจ้าเจ็บ ก็หายไวๆ นะเจ้านก หรือหากเจ้าตาย (แต่ถ้าตาย ฉันต้องเห็นเจ้านอนอยู่ตรงนั้นนแล้วสิ) แล้วฉันจะทำบุญไปให้ อย่าเอาโทษโกรธกันเลยนะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


