วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

"ปริญญาวิชาชีพกับปริญญาชีวิต"


วันนี้โค้ดเรื่องดีๆ มาเล่าสู่กันฟัง จาก forward mail จ้า


"ปริญญาวิชาชีพกับปริญญาชีวิต" อยากให้ทุกคนได้อ่านบทความดีๆ เสี้ยวหนึ่งจาก ท่าน ว.วชิรเมธี ที่เมืองไทยปีที่แล้วมีข่าวเกรียวกราวมาก คือมีดาราคนหนึ่งซึ่งมีชื่อดังมาก เป็นคนดำเนินรายการคนค้นคน
ดร.อภิวัฒน์ วัฒนางกูร นะ มาเรียนที่อเมริกา เป็นคนเพอร์เฟคชั่นนิส ทำงานทุกอย่างต้องดูดีที่สุดแม้กระทั่งล้างจาน ล้างเสร็จแล้วแกต้องเอามาดมดู ว่าสะอาดจริงมั้ย กลับไปเมืองไทยก็ไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย มีแฟนก็จีบดาวมหาวิทยาลัยเลย ต้องให้ดีที่สุด เวลาแกไปเสนองานอะไรต่าง ๆ เขียนไว้สามแผน แผนที่หนึ่งลูกค้าไม่ซื้อ แกเสนอแผนที่สอง แผนที่สองลูกค้าไม่ซื้อแกเสนอแผนที่สาม ใครไปดีลงานกับแกติดทุกราย แกมีบ้าน มีรถ มีลูก มีภรรยา มีธุรกิจ มีชื่อเสียงทุกอย่าง แกมีทุกอย่าง วันหนึ่งแกพักผ่อน หลังจากที่ทำงานแบบไม่ได้พักเลย ลุกเมียไปขอพบ บอกไปเจอพ่อที่ออฟฟิต วันหนึ่งแกไปพักที่ปากช่อง ตื่นขึ้นมากลางวันล้มฟุ๊บลงไป ภรรยาพาเข้าโรงบาล ตรวจพบมะเร็ง พอพบปุ๊บเป็นระยะสุดท้ายเลย จริง ๆ เค้าก็เตือนตลอด แต่พอไม่มีเวลาไปตรวจมันก็แก้ไม่ได้ แกไปนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล แล้วก็สารภาพให้รายการคนค้นคน บันทึกชีวิตแก ก่อนจะเสียชีวิต แกก็ไปนอนให้พ่อแม่เช็ดเนื้อเช็ดตัว แกก็บอกว่าสังเวชตัวเองมากแทนที่ลูกจะได้ดูแลพ่อแม่ กลับมาเป็นว่าพ่อแม่ต้องมาดูแลลูก ก่อนจะเสียชีวิตแกให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์คมชัดลึกบอกว่า พ่อผมเคยบอกว่า เกิดเป็นคนต้องได้ปริญญาสองใบ ปริญญาใบที่หนึ่ง "ปริญญาวิชาชีพ" เราจะต้องทำมาหากินเป็น กินอิ่ม นอนอุ่น พูดง่าย ๆ ล้วงไปในกระเป๋าแล้วมีเงินใช้ อยากจะนอนมีบ้านเป็นของตัวเอง แค่นี้คือปริญญาวิชาชีพ แต่"ปริญญาวิชาชีวิต" ซึ่งเป็นปริญญาใบที่สองที่พ่อแกบอกไว้แกบอกว่าผมสอบตกโดยสิ้นเชิง ผมเป็นดอกเตอร์จากอเมริกาได้ปริญญาวิชาชีพ แต่ปริญญาวิชาชีวิตสอบตกเพราะอะไร เพราะทำงานจนป่วยตาย ก่อนที่จะเสียชีวิตแกได้สารภาพว่าผมได้เตรียมทุกอย่าง บ้าน รถ มอบมันให้กับลูกและภรรยา แต่ในวันที่ผมมีทุกสิ่งทุกอย่าง ผมกลับลืมมอบหนึ่งอย่างให้กับลูกและภรรยา สิ่งนั้นคือสิ่งที่ผมลืมและทำให้ผมล้มเจ็บใหญ่ครั้งนี้ สิ่งที่ว่านี้คือผมลืมมอบตัวเองเป็นของขวัญให้กับลูกและเมีย เพราะทำงานหนักจนกระทั่งป่วยตาย นี่คือปริญญาวิชาชีวิต ธรรมะเราจะต้องมี ถ้าเราไม่มีธรรมะ เราจะกลายเป็นหุ่นยนต์เท่านั้นเองที่ทำงานแทบล้มประดาตายแล้วสุขภาพไม่ดีดังนั้นเมื่อเราทุกคนทำงานแล้ว อย่าลืมชั่วโมงสุขภาพของตัวเองในแต่ละวันนะ แต่ละวันควรจะมีให้ดูแลตัวเอง ดูจิต ดูใจตัวเอง ว่าเราเอ๊ะมันทุกข์มันทุกข์มากเกินไปรึเปล่า แบกเรื่องโน้นเรื่องนี้ เกินไปหรือเปล่าพยายามลดลงในแต่ละวัน ๆ เพื่อที่ว่าอะไร เพื่อที่ว่าเราจะได้ปริญญาสองใบในชีวิตหนึ่งปริญญาวิชาชีพเราทำมาหากินจนประสบความสำเร็จร่ำรวยมั่งคั่งมีเงินมีทองใช้มีบ้านอยู่ แต่ต้องไม่ลืมปริญญาใบที่สอง คือวิชาธรรมะ สำหรับจะดูแลชีวิตให้ดำเนินอยู่ในทางสายกลาง ไม่ทุกข์เกินไปไม่เดือนร้อนเกินไป ทำอะไรให้พอดี พอดีอยู่ดีมีสุขอยากเที่ยวให้ได้เที่ยว อยากพักให้ได้พัก อยากทำบุญให้ได้ทำบุญลูกหลานมาหาก็ให้ได้มีเวลากับลูกกับหลานบ้าง อย่าวิ่งไปจนซ้ายสุด ขวาสุด และมารู้สึกตัวอีกทำจนล้มเจ็บใหญ่ไม่ดีเพราะอะไร เพราะว่าสิ่งสูงค่าทีสุดในชีวิตของเรา เคยมีคนไปทูลถามพระพุทธเ้จ้า ว่าอะไรคือสิ่งสูงค่่าที่สุด บางคนก็ตอบเงิน บางคนก็ตอบเพชร บางคนก็ตอบทอง บางคนก็ตอบอำนาจ บางคนก็ตอบราชบัลลังก์ พระพุทธเจ้าบอกไม่ใช่ สิ่งสูงค่าที่สุดในชีวิตของพวกเธอคือสุขภาพและชีวิตสุขภาพก็คือการที่เราไม่เจ็บไข้ได้ป่วย คนที่สุขภาพดีดื่มน้ำธรรมดาก็อร่อยนะ

วันศุกร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2551

หนูดีแนะนำตัว


ดีฮะ ผมชื่อหนูดีฮะ จริงๆ แล้วผมเป็นผู้ชายฮะ ทำไมเรียกผมว่าหนูดีก็ไม่รู้สิ


หนูดี ฟังชื่อแล้วคล้ายๆ ผู้หญิงนะ แต่จริงๆ หนูดีเป็นผู้ชายจ้า หนูดีท่าทางจะเป็นพี่ชายคนโต ลูกของแม่นวลนะ น้องของหนูดีก็มี เสือน้อยและแต้ม แล้วพบกับสองคนนี้ในบทความต่อไปจ้า

วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2551

มาฝึกพูดภาษาอังกฤษกันเถอะ






เก็บภาพถ่ายจากกล้องตัวเองมาฝาก ที่มา : ภูพิงค์ราชนิเวศน์

มาฝึกพูดภาษาอังกฤษกันมั่งดีกว่า เขียนบล็อกมานาน เอาแต่บ่นเรื่องหมาๆ แมวๆ และเรื่องของตัวเอง ปีใหม่แล้ว หาอะไรที่เป็นสาระๆ มาทำกันมั่งดีกว่านะ อิอิ
สำนวนที่ 1 พูดเวลาไม่เข้าใจหรือฟังฝรั่งพูดไม่ทัน (request clarification) ควรพูดกันดังนี้นะจ๊ะ
พูดแบบ เป็นทางการ (Formal Situation)
Excuse me. Would you mind repeating that?
Pardon me. Can/Could/Would you repeat that, please?
I beg your pardon. Can/Could/Would you say that again, please?
I’m sorry. I didn’t get the last part. (word, etc.) What was that again ?

สรุปแล้ว ประโยคทั้งหมดนี้ รวมแปลว่า ขอโทษนะคะ/ครับ คุณจะกรุณาพูดซ้ำอีกทีได้ไหม อิฉันฟังบ่เข้าใจหรือฟังไม่ทัน อะไรประมาณนี้ ประโยคแบบนี้ เป็นแบบ สุภาพสุดๆ จ้า ใช้คุยกับผู้อาวุโสกว่าหรือคนแปลกหน้า หรือเพิ่งรู้จักกัน แต่ถ้าเป็นเพื่อนกัน (Informal situation )
เราจะถามว่าแบบนี้นะ
Again please. ไหนพูดอีกทีซิตัว
What did you say? ไหน เมื่อกี้พูดว่าไงนะ
I didn’t catch that. อารายนะ ฟังไม่ทัน
What ? อะหยังเก๊าะ (แปลว่า อะไรนะ ) อิอิ เล่นซาวด์แทรก ซะเลย





จบสำนวนที่ 1 ทำประโยชน์ให้สังคมได้แล้ว โย๊ววว

วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2551

ความงดงามของพระตำหนักภูพิงค์ฯ

จุดแรกที่ได้ไปเยือนคือ สวนกุหลาบ ทำไมกุหลาบที่บ้านไม่เป็นแบบนี้มั่งฟะ
ฉันได้มีโอกาสไปแวะเยี่ยมชมความงดงามของพระตำหนักภูพิงค์มาเมื่อเดือนมกราคม 2551 ดอกไม้กำลังสวย ดอกกุหลาบใหญ่มากๆๆ
ขนาดดอกไม้ที่ถ่ายหน้าส้วม ยังสวยเลยจ้า คิดดู

วันเสาร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2551

ครอบครัวของนวล





สมบัติอย่างเดียวที่นวลมีคือ ลูก 3 คนและความรักจากฉัน

แล้วก็ได้เจอลูกๆ ของนวล 3 คน รอดตายหวุดหวิด เพราะก่อนจะคลอด แม่นวลบาดเจ็บปางตาย เด็ก ๆปลอดภัยดี หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู

วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2551

เวลาเหนื่อย ไม่รู้จะไปบอกใคร



เวลาเหนื่อย จะบอกกับใครดี เวลาหนักอกหนักใจ จะหาใครเป็นที่รับฟัง

วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2551

นวล



น้องของนวลลืมตาออกมาดูโลกแล้ว เท่าที่เห็นมี 2 คน แต่ในวันที่คลอดน้อง นวลกลับโดนลักกี้กับสมชายรุมเป็นแผลเหวอะ โลกนี้ ไม่ยุติธรรมเลยยย

ตอนพานวลไปหาหมอเพื่อทำแผล ลงทะเบียนทำบัตรคนป่าว บอกว่านวลเป็นเพศหญิง แทนที่จะบอกว่า เพศ เมีย *___*

ถึงจะเจ็บปางตาย นวลยังคงให้นมลูก นี่แหละ คือสิ่งที่ผู้เป็นแม่เสียสละ

แม้นวลจะเจ็บแค่ไหน และยังคอยติดตามเราทุกที่เหมือนเดิม หายไวๆ นะนวล